Wednesday, 25 March 2009

มาทำความรู้จักกับข้าวหอมมะลิ



ข้าวหอมมะลิ "Thai Hom Mali Rice " เป็นพันธุ์ข้าวที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย และเป็นพันธุ์ข้าวที่ปลูกที่ไหนในโลกก็ไม่ได้คุณภาพข้าวที่ดีเท่ากับปลูกในประเทศไทย ข้าวหอมมะลิจัดเป็นสินค้าส่งออกที่รู้จักไปทั่วโลก

เมื่อปี พ.ศ. 2497 นายสุนทร สีหเนิน พนักงานข้าว จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รวบรวมพันธุ์ข้าวหอมในเขตอำเภอบางคล้า ได้จำนวน 199 รวง แล้ว ดร.ครุย บุณยสิงห์ (ผู้อำนวยการกองบำรุงพันธุ์ข้าวในขณะนั้น)ได้ส่งไปปลูกเพื่อคัดพันธุ์บริสุทธิ์และเปรียบเทียบพันธุ์ที่ สถานีทดลองข้าวโคกสำโรง ซึ่งปัจจุบัน คือสถานีข้าวลพบุรี ให้ดำเนินการคัดพันธุ์โดยนักวิชาการเกษตร ชื่อนายมังกร จูมทอง ภายใต้การดูและของนายโอภาส พลศิลป์ หัวหน้าสถานีทดลองข้าวโคกสำโรง
จนกระทั่งปี พ.ศ. 2502 จึงได้พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 4-2-105 บริสุทธิ์ และคณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ข้าวได้อนุมัติให้เป็นพันธุ์ส่งเสริมแก่เกษตรกร เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2502 โดยเกษตรกรทั่วไปเรียกว่า ขาวดอกมะลิ 105 ต่อมาได้มีการปรับปรุงพันธุ์ข้าว ขาวดอกมะลิ 105 จนได้ข้าวพันธุ์ กข 15 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศให้ ข้าวทั้ง 2 พันธุ์เป็นสินค้ามาตรฐานข้าวหอมมะลิไทย
ข้าวหอมมะลิในปัจจุบัน ที่นิยมปลูกและบริโภคกันอย่างแพร่หลาย คือ พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และ พันธุ์ กข.15 แต่ปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนาพันธ์ข้าว ปทุมธานี1 ออกมาให้เกษตรกรได้ทำการผลิต ด้วยเหตุผลว่าผลผลิตต่อไร่สูงกว่าข้าวหอมมะลิ 105 และปลูกได้หลายครั้งต่อปี และสามารถปลูกได้ดีในที่ลุ่มบริเวณที่ราบภาคกลาง ขณะที่ข้าวหอมมะลิ 105 ปลูกได้หนึ่งครั้งต่อปี และปลูกได้ดีในบางพื้นที่เท่านั้น

ลักษณะจำเพาะของกลิ่นหอมมะลิ
ความหอมของข้าวหอมมะลิ เกิดจากสารระเหยชื่อ 2-acetyl-1-pyroline ซึ่งเป็นสารที่ระเหยหายไปได้ การรักษาความหอมของข้าวหอมมะลิให้คงอยู่นานนั้นจึงควรเก็บข้าวไว้ในที่เย็น อุณหภูมิประมาณ 15 องศาเซลเซียส เก็บข้าวเปลือกที่มีความชื้นต่ำ 14-15% ลดความชื้นข้าวเปลือกที่อุณหภูมิไม่สูงเกินไป

คุณหล่ะคิดว่ารู้จักข้าวหอมมะลิดีแล้วหรือยัง? งั้นเรามาทำความรู้จักข้าวหอมมะลิไทยไปพร้อม ๆ กันเลยแล้วกัน

No comments:

Post a Comment