Sunday, 29 March 2009

คุณรู้จักข้าวที่คุณบริโภคมากแค่ไหน

จัสมิน เป็นอีกคนที่ไม่เคยรู้จักข้าวที่บริโภคเลย จำได้ว่าพึ่งเริ่มหันมาใส่ใจกับข้าวที่บริโภคก็เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง หลายครั้งก็มีความเข้าใจผิด ๆ กับข้าวที่ตัวเองซื้อมาบริโภค งั้นเรามาทำความรู้จักกับข้าวชนิดต่าง ๆ ที่จำหน่ายในท้องตลาดปัจจุบันไปพร้อมกันดีกว่าค่ะ

ข้าวซ้อมมือ เป็นข้าวที่กระเทาะเปลือกโดยใช้ครกกระเดื่อง หรือครกไม้ตำแล้วนำมาฝัดแยกแกลบออก ข้าวสารที่ได้มักจะเป็นข้าวรวม คือข้าวที่มีเม็ดหักปนในข้าวสารด้วยนั้นเอง ข้าวประเภทนี้มักเป็นผลิตภัณฑ์ท่ผลิตได้ในกลุ่มแม่บ้าน

ข้าวมันปู เป็นข้าวที่มีสีน้ำตาลแดง แม้ว่าจะผ่านการขัดสีหลายครั้ง ซึ่งทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าเป็นข้าวกล้อง ถ้าเป็นข้าวมันปูกล้องต้องมีคัพภะข้าวติดอยู่ จึงจะเป็นข้าวที่มีคุณค่าทางอาหารสูง (ซึ่งข้าวมันปูกล้องนั้น การหุงต้องใช้น้ำมากและเนื้อข้าวจะแข็งสักหน่อยหากเป็นข้าวกล้อง)

ข้าวหอมมะลิแดง เป็นข้าวหอมที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง ทำให้ได้ประโยชน์จากสีแอนโทไซยานินอีกด้วย ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารสูง ข้าวหอมมะลิแดง จะมีกลิ่นหอมเมื่อหุงสุก เนื้อข้าวนุ่ม และหากคุณสนใจก็เลือกหาข้าวมะลิแดงแบบปลอดสารไว้บริโภคก็ดีนะ

ข้าวนึ่ง เป็นข้าวที่ได้จากการสีข้าวเปลือกที่ผ่านการแช่น้ำนึ่งด้วยความร้อนแล้วนำไปอบแห้ง ข้อดีของการทำข้าวนึ่งนั้น คือช่วยลดปริมาณข้าวหักในระหว่างการขัดสี และเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ เช่นวิตามินบี และแร่ธาตุบางชนิดซึมเข้าสู่เมล็ดข้าว ขณะแช่ข้าวเปลือก ข้าวนึ่งไม่นิยมบริโภคในประเทศไทย ประเทศที่นิยมบริโภค ได้แก่ อินเดีย ศรีลังกา แอฟริกา และตะวันออกกลาง เป็นต้น แม้ว่าข้าวนึ่งเป็นข้าวที่ผ่านการขัดสี แต่ก็มีคุณค่าอาหารมากว่าข้าวขาว

ข้าวฮาง คือข้าวหอมทอง เป็นข้าวนึ่งชนิดหนึ่งที่ทำจากข้าวขาวดอกมะลิ 105 หรือข้าวเหนียว นิยมทำกันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดสกลนคร

ข้าวก่ำ เป็นข้าวเหนียว ดำที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีคุณค่าโภชนาการสูง นิยมมาทำเป็นขนมหวานแต่ในพื้นที่อีสานบางพื้นที่ก็นำมานึ่งกินกับไก่ย่าง ก็ต้องบอกว่าอร่อยดีไม่แพ้ข้าวเหนียวเลย แถมมีกลิ่นหอมด้วย

ข้าวหอมนิล เป็นข้าวที่เกิดจากการผสมพันธุ์ ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิล กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 (Non-GMO) เมล็ดมีสีม่วงเข็ม เนื่องจากผ่านการกระเทาะเปลือกออก มีคุณประโยชน์คล้ายกับข้าวกล้องหอมมะลิ แต่มีจุดเด่นคือ มีสารต้านอนุมูลอิสระ

ต้องบอกว่านี้เป็นข้าวที่ได้รับการนิยมบริโภคของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพในยุคปัจจุบัน ต้องบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ จริง ๆ แล้วข้าวในท้องถิ่นต่าง ๆ ยังมีอีกมากมายหลายพันธุ์ที่มีปลูกและบริโภคกันในท้องถิ่นต่าง ๆ ไว้เราค่อยมาตามดูกันต่ออีกทีแล้วกันนะ



.....Sweat Scent of the Fragrant Rice......

Friday, 27 March 2009

ข้าวกล้องสุดยอดอาหารธัญพืช


ข้าวกล้องเป็นอาหารหลังของคนไทยมานาน จะเห็นได้จากในอดิตเรารับประทานข้าวซ้อมมือกันเป็นหลัก จวบจนต่อมาเมื่อมีการพัฒนาเครื่องสีข้าวขึ้น ทำให้คนไทยในยุคหลัง คุ้นเคยกับข้าวขาวมากกว่าข้าวกล้อง
ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่หลายคนไม่นิยมบริโภคข้าว เพราะมีความเข้าใจว่าข้าวทำให้อ้วน จึงหันกับไปรับประทานอาหารประเภทขนมปัง ซึ่งผลิตจากแป้งสาลีแทน แต่ในขณะเดียวกันคนต่างชาติก็หันมานิยมบริโภคข้าวกันมากขึ้น เพราะถือว่าข้าวเป็นสุดยอดอาหารธัญพืช โดยเฉพาะข้าวกล้อง
การกินข้าวกล้อง ซึ่งเป็นข้าวที่มีจมูกข้าวและรำติดอยู่ ซึ่งนับเป็นส่วนที่มีคุณค่าโภชนาการสูง ลักษณะของข้าวกล้องจะมีผิวเมล็ดไม่เรียบ มีสีน้ำตาลหรือสีเหลืองนวล อาจมีสีแดง สีม่วง ขึ้นกับพันธ์ข้าวที่มีสารสีเยื่อหุ้มเมล็ดต่างกัน และมีคัพภะติดอยู่ด้านท้องของเมล็ด
แป้งในข้าวกล้องเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (complex carbohydrate) ซึ่งกระบวนการย่อยแป้งกลุ่มนี้จะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ซึ่ง่จะส่งผลให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดอยู่ในสภาวะควบคุม จึงเป็นข้าวที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ยังไม่หมดเท่านี้นะ ใยอาหารที่มีในข้าวกล้องมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพ คือ ช่วยลดการเกิดโรคร้ายต่าง ๆ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคยอดฮิตของคนในยุคปัจจุบัน โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน ลดการท้องผูก และยังช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับลำไส้
ปัจจุบันจะเห็นว่า ข้าวกล้องจัดเป็นทางเลือกหนึ่งของอาหารสุขภาพ ซึ่งองการอาหารและยาแห่งสหัรฐอเมริกา ได้รับรองให้ข้าวกล้องใช้ฉลากอาหารกล่าวอ้างของธัญพืชเต็มเมล็ด (Whole grain) ที่ว่าเป็นอาหารที่มีไขมันต่ำ ไขมันอิ่มตัวและคลอเรสเตอรอลต่ำ และยังสามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและมะเร็งบางชนิดได้อีกด้วย
ข้าวกล้องมีมากมายหลายชนิดทั้งข้าวเจ้ากล้องและข้าวเหนียวกล้อง ข้าวกล้องหอมมะลิ 105 100% เป็นข้าวที่หุงสุกแล้ว มีกลิ่นหอม เนื้อสัมผัส เหนึยวนุ่ม ในการเลือกซื้อข้าวกล้อง ควรดูว่ามีคัพภะขอ้าวติดอยู่ ข้าวกล้องเก็บได้ไม่นาน เพราะเป็นข้าวที่ไม่ขัดส่วนรำออก ทำให้เป็นที่โปรดปรานของเหล่ามอดและแมลงที่ชอบกัดทำลายธัญพืช และเกิดกลิ่นหืนเร็ว หากเก็บไว้ในที่มีอุณภูมิสูงและโดนแสงแดดก็จะเกิดกลิ่นหืนได้เร็วยิ่งขึ้น แต่อย่าตกใจไปค่ะว่าเกิดกลิ่นหืนแล้วกินไม่ได้ ข้าวเสีย ไม่เลยคุณประโยชน์ยังอยู่เช่นเดิม หากคุณยอมรับกลิ่นหอมที่เปลี่ยนไปได้ก็เป็นอันว่ากินได้ค่ะ
Jasmins เล่ามาถึงนี้แล้วก็อยากจะแนะนำว่า ข้าวกล้องบรรจุสุญญากาศนั้นช่วยในการรักษาคุณภาพข้าวให้คงคุณภาพดีไว้ได้นาน 6-12 เดือนเท่านั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าระหว่างนี้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงนะค่ะ ก็มีบ้างเป็นไปตามเวลาและสภาพแวดล้อม ลองดูนะค่ะชอบแบบไหนก็เลือกตามความชอบ แต่อย่าเลือกรับประทานอาหารตามกระแสมากจนทำให้ลืมที่จะสังเกตุตัวเองว่าสิ่งที่เราเลือกถูกต้องและเหมาะสมกับรูปแบบการดำเนินชีวิตของเราหรือไม่

Wednesday, 25 March 2009

มาทำความรู้จักกับข้าวหอมมะลิ



ข้าวหอมมะลิ "Thai Hom Mali Rice " เป็นพันธุ์ข้าวที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย และเป็นพันธุ์ข้าวที่ปลูกที่ไหนในโลกก็ไม่ได้คุณภาพข้าวที่ดีเท่ากับปลูกในประเทศไทย ข้าวหอมมะลิจัดเป็นสินค้าส่งออกที่รู้จักไปทั่วโลก

เมื่อปี พ.ศ. 2497 นายสุนทร สีหเนิน พนักงานข้าว จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รวบรวมพันธุ์ข้าวหอมในเขตอำเภอบางคล้า ได้จำนวน 199 รวง แล้ว ดร.ครุย บุณยสิงห์ (ผู้อำนวยการกองบำรุงพันธุ์ข้าวในขณะนั้น)ได้ส่งไปปลูกเพื่อคัดพันธุ์บริสุทธิ์และเปรียบเทียบพันธุ์ที่ สถานีทดลองข้าวโคกสำโรง ซึ่งปัจจุบัน คือสถานีข้าวลพบุรี ให้ดำเนินการคัดพันธุ์โดยนักวิชาการเกษตร ชื่อนายมังกร จูมทอง ภายใต้การดูและของนายโอภาส พลศิลป์ หัวหน้าสถานีทดลองข้าวโคกสำโรง
จนกระทั่งปี พ.ศ. 2502 จึงได้พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 4-2-105 บริสุทธิ์ และคณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ข้าวได้อนุมัติให้เป็นพันธุ์ส่งเสริมแก่เกษตรกร เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2502 โดยเกษตรกรทั่วไปเรียกว่า ขาวดอกมะลิ 105 ต่อมาได้มีการปรับปรุงพันธุ์ข้าว ขาวดอกมะลิ 105 จนได้ข้าวพันธุ์ กข 15 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศให้ ข้าวทั้ง 2 พันธุ์เป็นสินค้ามาตรฐานข้าวหอมมะลิไทย
ข้าวหอมมะลิในปัจจุบัน ที่นิยมปลูกและบริโภคกันอย่างแพร่หลาย คือ พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และ พันธุ์ กข.15 แต่ปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนาพันธ์ข้าว ปทุมธานี1 ออกมาให้เกษตรกรได้ทำการผลิต ด้วยเหตุผลว่าผลผลิตต่อไร่สูงกว่าข้าวหอมมะลิ 105 และปลูกได้หลายครั้งต่อปี และสามารถปลูกได้ดีในที่ลุ่มบริเวณที่ราบภาคกลาง ขณะที่ข้าวหอมมะลิ 105 ปลูกได้หนึ่งครั้งต่อปี และปลูกได้ดีในบางพื้นที่เท่านั้น

ลักษณะจำเพาะของกลิ่นหอมมะลิ
ความหอมของข้าวหอมมะลิ เกิดจากสารระเหยชื่อ 2-acetyl-1-pyroline ซึ่งเป็นสารที่ระเหยหายไปได้ การรักษาความหอมของข้าวหอมมะลิให้คงอยู่นานนั้นจึงควรเก็บข้าวไว้ในที่เย็น อุณหภูมิประมาณ 15 องศาเซลเซียส เก็บข้าวเปลือกที่มีความชื้นต่ำ 14-15% ลดความชื้นข้าวเปลือกที่อุณหภูมิไม่สูงเกินไป

คุณหล่ะคิดว่ารู้จักข้าวหอมมะลิดีแล้วหรือยัง? งั้นเรามาทำความรู้จักข้าวหอมมะลิไทยไปพร้อม ๆ กันเลยแล้วกัน